วัดกษัตราธิราชวรวิหาร จ. พระนครศรีอยุธยา

ประวัติความเป็นมา

ตำนานพระพุทธกษัตราธิราช วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

"วัดกษัตราธิราชวรวิหาร" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณ ปรากฏหลักฐานพบว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดกษัตรา หรือ กษัตราราม หรือ กษัตราวาส ไม่ปรากฏหลักฐานว่า ใครเป็นผู้สร้าง แต่ชื่อของวัดทำให้สันนิษฐานว่า คงเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ทรงสร้าง วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดกษัตรา ซึ่งหมายความว่าเป็นวัดของพระมหากษัตริย์ หรือวัดของพระเจ้าแผ่นดิน มีปรากฏในแผ่นดินสมเด็จพระสุริยามรินทร์ ว่า แรม 14 ค่ำ เดือน 5 พม่าเอาปืนใหญ่มาตั้งที่วัดราชพฤกษ์และวัดกษัตราวาส ยิงเข้ามาในพระนคร ถูกบ้านเรือนราษฎรล้มตายจำนวนมาก วัดนี้คงถูกทำลายเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาจึงถูกทิ้งร้างเรื่อยมา

ครั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (ทองอิน) กรมพระราชบวรสถานภิมุข (กรมพระราชวังหลัง) ได้บูรณะวัดกษัตรา และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดกษัตราธิราช" ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ (เกศ) ต้นราชสกุลอิศรางกูร ได้ปฏิสังขรณ์พระอาราม ในปี พ.ศ.2349 ให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา เป็นพระอารามหลวงลำดับที่ 9 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกวัดกษัตราธิราชเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ปัจจุบัน มีพระญาณไตรโลก (สุชาติ ฐานิสสะโร) เป็นเจ้าอาวาส นับได้ว่าเป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธกษัตราธิราช ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ขนาดองค์พระสูง 2.99 เมตร ฐานกว้าง 2.09 เมตร ตั้งอยู่บนฐานชุกชี ในลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ใบหน้าลักษณะรูปสี่เหลี่ยม เม็ดพระศกมีขนาดเล็ก เหนือจากพระอุษณีษะ คือ เกตุมาลาทำเป็นรัศมีเปลว องค์พระครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวจรดพระนาภีปลายแยกออกเป็นเขี้ยวตะขาบ ต่อมามีการลงรักปิดทองประดับอย่างงดงาม ส่วนกลางฐานชุกชี ทำเป็นผ้าทิพย์ปั้นเป็นลายประเภทราชวัตร ประดับประจำยาม ปั้นเป็นลายก้านขดมีการออกลายเป็นสัตว์หิมพานต์ ด้านล่างปั้นเป็นลายกรวยเชิง ลักษณะคล้ายกับผ้าทิพย์

สำหรับพระอุโบสถที่พระประธานประดิษฐานอยู่ มีขนาด 9 ห้อง กว้าง 22 เมตร ยาว 46 เมตร ผนังก่ออิฐเจาะช่องแสงแบบเสาลูกมะหวด ด้านหน้าพระอุโบสถมีบันไดขึ้น 2 ทาง ช่องกลางก่อเป็นซุ้มบัญชร ช่องหน้าต่าง ด้านหลังมีมุขเด็จ ทำเป็นบันไดขึ้น 3 ทาง ที่ประตูกลางของมุขเด็จ ด้านหลังก่อเป็นซุ้มกั้นห้องประดิษฐานพระพุทธปฏิมา ปางป่าเลไลยก์ ส่วนหลังคาพระอุโบสถช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ประกอบด้วยเครื่องไม้หลังคามุงด้วยกระเบื้องกาบู หรือกระเบื้องกาบกล้วยดินเผา หน้าบันทั้ง 2 ด้าน จำหลักลายดอกพุดตาน มีสาหร่ายรวงผึ้งคั่นสลับระหว่างเสา ลงรักปิดทองประดับกระจก มีคันทวย รองรับระหว่างชายคา ที่แกละสลักอย่างงดงาม สืบทอดรูปแบบมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยา

ภายในพระอุโบสถเสากลมมีบัวที่หัวเสาเป็นแบบดอกบัวตูมจำนวน 6 คู่ รองรับเครื่องบน เพดานเขียนลายทองเป็นลายราชวัตร ดอกกลมและพุ่มข้าวบิณฑ์ สลับกันเป็นระยะบนพื้นสีแดง เพดานสลับไม้ลงรักปิดทองพื้นภายในพระอุโบสถปูด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลีที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานแด่พระครูวินยานุวัติคุณ (ทรง ธัมมสิริโชติ) อดีตเจ้าอาวาส เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา หลังจากการก่อสร้างพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ

ตามความเชื่อ ผู้ใดได้มากราบมาไหว้จะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานก้าวหน้ายิ่งใหญ่ขึ้นนอกจากนี้ ยังมีข้าราชการ ทหารตำรวจ จะมาขอพรบารมีเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งมักจะนิยมสักการะทำบุญในพระอุโบสถแห่งนี้ เพราะถือว่าจะทำให้ชีวิตสดใสก้าวหน้าตอลดไป

ภายในวัดยังมีพระวิหารอีกสองด้านเป็นที่ตั้งรูปหล่อสมเด็จพระพนรัตน์ เป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อแก่ รูปหล่อของสมเด็จพระพนรัตน์ มาอยู่ที่วัดแห่งนี้แห่งเดียว ผู้ใดมาขอพรจะได้ตามความประสงค์ รวมทั้งยังมีรูปหล่อของหลวงปู่เทียม อดีตเจ้าอาวาสพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของพระนครศรีอยุธยา ทางด้านอยู่ยงคงกระพันและเมตตาได้สร้างชื่อเสียงไว้อย่างมากในการสร้างตะกรุด 4 มหาอำนาจ รัตนมาลา ตะกรุดโทน จนปัจจุบันมีคนมาขอดูตะกรุดที่ทางวัดเก็บรักษาเอาไว้ นอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลที่หลวงปู่เทียมจัดสร้างไว้ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ยังพอมีหลงเหลือให้ประชาชนที่มีความศรัทธาได้บูชา

หลวงปู่เทียมได้รับขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งตะกรุด” ข้อมูลคร่าวๆคือ หลวงปู่ได้ศึกษาจากหลายอาจารย์ และที่สำคัญคือ ได้ไปศึกษาจากสำนักวัดประดู่ทรงธรรม หรือตักศิลาแห่งอยุธยา นอกจากภูมิการศึกษาที่แน่นมากทางพุทธาคมแล้ว หลวงปู่เทียมยังมีความชำนาญ ในด้านการก่อสร้างและด้านช่าง เก่งถึงขนาดเปิดเป็นโรงเรียนช่างสิบหมู่ขึ้นที่วัดกษัตรา ความทราบถึงพระเนตรพระกรรณองค์พระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นประธานอุปถัมภ์ให้สร้างโรงเรียนให้แล้วเสร็จ ถาวรวัตถุที่ยังมีอยู่ในวัดปัจจุบันคือตัวโบสถ์พระวิหาร ได้รับการก่อสร้างและออกแบบได้สวยงามมาก

ทางด้านพุทธาคมของหลวงปู่เทียม แผ่นยันต์ที่ท่านได้จารเพื่อนำไปหล่อหลอมในการสร้างพระชุดวัดประสาทเมื่อปี 2506ไม่ละลายในเตาเผา แผ่นยันต์ของท่านเป็นหนึ่งในสามเกจิอาจารย์ที่ไม่หลอมละลายในพิธีนั้น ในการสร้างตะกรุดต่างๆ หลวงปู่จะสร้างเองจารเองปลุกเสกเองทุกดอก หลวงปู่เทียมได้สร้างตะกรุดออกมาหลากหลายรูปแบบตามตำราโบราณ แต่ละแบบมีวิธีในการลงอักขระเลขยันต์ที่แตกต่างกัน การสร้างตะกรุดของหลวงปู่เทียม แบ่งง่ายๆเป็นยุคต้นและยุคท้าย ยุคต้นหลวงปู่จะทำเองหมด จนต่อมาได้พระอาจารย์สำรวย หรือหลวงพ่อสำรวยรองเจ้าอาวาสมาช่วยทำ ช่วยจารแผ่นตะกรุด ช่วยถักตะกรุดฯลฯ ในยุคต้นหลวงปู่จะใช้เนื้อตะกั่วในการทำตะกรุด แผ่นตะกั่วจะค่อนข้างหนา ส่วนยุคต่อมาจะใช้เป็นแผ่นทองแดงแทนซึ่งบางกว่ามาก ตะกรุดจะดอกเล็กลงมามาก ส่วนลายถักจะเป็นฝีมือการถักจากพระอาจารย์สำรวยเป็นหลัก ลายถักจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตะกรุดหลวงปู่เทียม การสร้างตะกรุดจะเป็นการสร้างดอกต่อดอก ไม่ได้ใช้โรงงานผลิตแต่อย่างใด หลวงปู่เทียม มรณภาพปี 2522 ร่างกายท่านไม่เน่าเปื่อย จนมาได้รับไฟพระราชทานเพลิงศพเมื่อประมาณปี 2540กว่านี่เอง ลองค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากในเน็ตดูครับ หลายเจ้าลงข้อมูลไว้ดีมาก หลังจากหลวงปู่เทียมได้มรณภาพไปหลายปีแล้ว หลวงพ่อสำรวย(ลูกศิษย์ก้นกุฏิ)เจ้าอาวาสองค์ต่อมาได้บูรณะตัวโบสถ์ในวัด ได้เจอตะกรุดแบบต่างๆที่หลวงปู่เทียมได้สร้างขึ้นมาและนำมาซ่อนไว้ตามรั้วกำแพงและภายในตัวโบสถ์ และได้เจอพระเครื่องในยุคต้นๆบางส่วนอีกด้วย หลวงพ่อสำรวยจึงได้นำพระและตะกรุดออกมาให้บูชากัน ในส่วนของตะกรุดหลวงพ่อสำรวยท่านจะนำมาทัก ลงรักปิดทองอีกที ซึ่งท่านค่อยทำไปทีละดอกตามแต่กำลังและเวลาที่มี พุทธคุณ ระงับภัยต่างๆเช่นโจรภัย อัคคีภัย ปีศาจ ระงับเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นในบ้าน ใช้อธิษฐานทำพระพุทธน้ำมนต์ดื่มและอาบ ระงับคดีความต่างๆได้ (ตามใบปลิวของที่วัด) ใช้ตั้งบูชาไว้ที่บ้าน ไปบูชามาเองจากที่วัด



Copyright©2012, Thailand Temple. All Rights Reserved.