ขอเชิญร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นครปฐม

แนะนำสถานที่ทำบุญ วิธีการทำบุญ กิจกรรมงานบุญต่างๆ

Moderator: pkthailand, biwty12

ขอเชิญร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นครปฐม

โพสต์โดย pepozaa » พฤหัสฯ. 16 ก.พ. 2012 2:15 pm

ในวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2555 เวลา 9.39 น. ณ ลานพิธี วัดบางพระ ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จะมีประเพณีพิธีรำลึก ถึงบูรพาจารย์
ช่วงเช้านั้นขณะที่ท้องฟ้าเริ่มทอประกายแสงทอง สาดส่องท้องฟ้าทางทิศตะวันออกกระทบฝอยเมฆเป็นสีแดงปุกปุยส่วนท้องฟ้าอีกด้าน หนึ่งทางทิศตะวันตกยังมืดอยู่แต่แสงระยิบระยับจากหมู่ดวงดาวเริ่มจางหายไป ภายในสนามบริเวณหน้าวัดที่มีเนื้อที่กว้างขวางจะมีร้านค้าเร่รายรอบตั้ง เต๊นท์ขึงผ้าใบ หรือร่มคันใหญ่ตั้งเรียงรายเป็นแถว ฝูงชนเริ่มเดินขวัก ไขว่ นับได้หลายร้อยคนเสียงเครื่องยนต์ของรถดังประสานเสียงกันอยู่ออกไป จากบริเวณสนามหน้าวัด ถนนนอกบริเวณวัดขณะนี้รถยนต์เริ่มหนาแน่นมากขึ้นต่าง ก็ขับวนหาที่จอดบริเวณด้านนอกและบริเวณโรงเรียนจำนวนรถที่มาในวันนี้มากจนดู กลายเป็นจลาจลย่อยๆตอนนี้เจ้าหน้าที่เริ่มทำงานหนักมีการห้ามนำรถทุกชนิด เข้ามาในบริเวณวัดเด็ดขาดคนที่ขับรถมาถึงสายทั้งๆที่เวลายังไม่ถึงโมงเช้าจำ ต้องขับขึ้นข้ามสะพานข้ามแม่น้ำไปหาที่จอดอยู่ข้างโรงพยาบาลฝั่งตรงข้ามวัด จนแทบจะไม่มีพื้นที่ที่ว่างเปล่าเลยทุกคนที่มาในวันนี้ต่างก็รอคอยมาเป็น เวลาแรมปีต่างก็มาด้วยจิตใจบริสุทธิ์เพื่อที่จะมามอบน้ำใจอันเปี่ยมไปด้วย ความเคารพรักบูชาในสิ่งที่พวกเขาเทิดทูนน้อมรับในสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดที่ มาจากดวงใจอันน้อยนิดของเขาแต่เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ทำไมหรือคนเป็นจำนวนนับ หมื่นนับแสนต่างพร้อมใจกันมาร่วมสืบสานตำนานอันยิ่งใหญ่ของบูรพาจารย์ขมัง เวทย์องค์หนึ่งที่จะเป็นที่กล่าวขานของลูกหลานและศิษยานุศิษย์สืบไป
กลางพื้นสนามที่เคยอ้างว้าง ตอนนี้จะเห็นสายสิญจน์รายล้อมขึงเป็นรูป ๔ เหลี่ยมรอบประรำพิธี ตรงมุมทั้งสี่ทิศ มีธรรมมาสสำหรับพระนั่งปรกทั้ง ๔ ด้าน รายล้อมด้วยฉัตรอยู่โดยรอบ ปะรำตั้งสูงหันหน้าไปทางแม่น้ำอย่างเป็นสง่า พื้นปูด้วยผ้าขาวตลอดทั้ง ๒ ชั้น ชั้นบนสุดเป็นที่ตั้งบายศรีปากชาม ๙ ชั้น สูงชะลูดอยู่ ๒ คู่ บายศรีคู่หนึ่งทำเป็นรูปพญานาค พันเลื้อยลงมาจากบนสู่ล่างเป็นหัวพญานาค มีรูปหัวฤาษีพ่อแก่วางเรียงรายพร้อมด้วยของบวงสรวงเครื่องเซ่นสังเวย หัวหมูบายศรีหลายหัว กุ้งพร่า ปลาดุกย่าง ขนมต้มดำขาว ขนมชั้น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เหล้าโรง ผลไม้ก็มี ส้ม ขนุน กล้วย อ้อย องุ่น ข้าวตอกดอกไม้ พื้นล่างลงมามีรูปปั้นหนุมานออกศึกอยู่ทางด้านขวา ตรงกลางมีกระถางธูปขนาดใหญ่สำหรับจุดบูชา มีพานครูข้าวตอกดอกไม้ ใต้ลงมาทางมุมทั้ง ๒ ข้างมีโอ่งใส่น้ำมนต์ขนาดใหญ่อยู่ข้างละใบใส่น้ำเต็มทั้งหมด มีเทียนทำน้ำมนต์สีขาวปักอยู่ที่ปากโอ่งโดยรอบ

ท้อง ฟ้าเริ่มสว่างมากขึ้นแล้ว ฝูงชนเริ่มทยอยกันมามากขึ้น ด้านหน้าปะรำพิธีมีศาลา สำหรับนำดอกไม้มาบูชาครู ค่าบูชาครูใหญ่ ๙๙ บาทพร้อมด้วยวัตถุมงคล 1 ชุด คนที่มาก่อนก็นำพานดอกไม้มาบูชาครู ที่หน้าปะรำพิธี ต่างทำจิตใจบริสุทธิ์น้อมระลึกถึงบูรพาจารย์ ครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทให้แล้วอธิษฐานจิตนึกถึงสิ่งที่ดีๆ ตามปรารถนา พิธีบูชาครูจะได้จัดให้มีพิธีระลึกถึงบูรพาจารย์ คณาจารย์เก่าแก่ที่พระคุณเจ้าได้กระทำสืบเนื่องมาตลอดหลายสิบปี

ในพิธีชูชาครูของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จะทำกันทุกปีในวันเสาร์ของเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม สาเหตุที่ทำพิธีกันในวันเสาร์ บูรพาจารย์กล่าวไว้ว่า วันเสาร์เป็นวันที่แข็งที่สุด พิธีการอันใดที่วัดจัดขึ้นในวันนี้จะมีกฤตยานุภาพเข้มแข็งมาก วันบูชาครูเป็นวันที่เสมือนหนึ่งเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีน้อมระลีกเคารพนับถือบุญคุณของบูรพาจารย์ ครูบาอาจารย์ คณาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ วิชาไสยเวทย์ คาถาอาคม คัมภีร์ต่างๆ ให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตั้งมั่นกระทำแต่ความดี เสมือนเป็นเกราะป้องกันตัวตัว ในการดำเนินชีวิตให้มีแต่ความสุขความเจริญ สังคมและประเทศชาติก็มีแต่ความร่มเย็นสงบสุข

พิธี บูชาครูบูรพาจารย์ของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ กระทำสืบทอดมาแต่โบราณกาลตามความเชื่อถือเก่าแก่ของบูรพาจารย์ในสมัยโบราณ ปัจจุบันที่เห็นหลงเหลือก็จะมีพิธีไหว้ครู โขน ละคร มีการครอบครูของศิลปินนักแสดง หรือการไหว้ครูของนักเรียนในโรงเรียน แต่พิธีไหว้ครูหรือบูชาครูของหลวงพ่อเปิ่น เป็นพิธีของพระเกจิอาจารย์ที่บูชาบูรพาจารย์ บวงสรวงพรหม เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ กล่าวกันว่าระหว่างที่องค์ท่านบริกรรมพระคาถา วิปัสสนากรรมฐานระลึกถึงครูบาอาจารย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ องค์ต่างๆ จะเข้าประทับหมุนเวียนกันไปนับเป็นจำนวนพันๆ ภาค อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นองค์พ่อแก่ฤาษีหรือบูรพาจารย์ พระอาจารย์ต่างๆ ตลอดจนเทพเทวดาเบื้องบน ก็มาร่วมพิธีให้เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น

ปะรำ พิธีตอนนี้ดาดาษไปด้วยผู้คนเต็มไปหมด ด้านหน้าปะรำพิธีฝูงชนเบียดเสียดยัดเยียด กันนำพานดอกไม้มาบูชาครู ส่วยภายในวงสายสิญจน์ผู้คนนั่งเบียดเสียดแออัดกันเต็มสนามรอบสายสิญจน์ที่ดู แคบไปถนัดใจ มองนอกวงสายสิญจน์ผู้คนมามุงแออัดทั้ง ๔ ด้าน ต่างรอคอยด้วยใจอันจดจ่อต่อพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ แสงแดดความร้อนเริ่มแผดเผาจนอบอ้าว เหงื่อไหลจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปหมด บางคนก็ถอดเสื้อออก มองเห็นรอยสักหมึกดำรอบตัวเต็มไปหมด ทุกคนที่มาก็ไม่ย่อท้อ เพราะต่างมาด้วยจิตใจอันเดียวกันมาเข้าร่วมกันสืบสานพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเพิ่มพุทธานุภาพในตัวให้เข้มขลัง ครั้นได้ฤกษ์ พิธีเริ่มขึ้นเวลา ๙.๓๙ น. พระเดชพระคุณเจ้าหลวงพ่อเปิ่น ได้เดินผ่านหมู่ลูกศิษย์ที่พนมมือกราบไหว้ตลอดระยะทาง จนขึ้นสู่ปะรำพิธี หมู่ลูกศิษย์ที่อยู่ในวงสายสิญจน์ บางคนก็เกิดอาการที่เรียกว่า "ของขึ้น" คนที่ของขึ้นส่วนใหญ่ มักเกิดแก่คนที่มีความเลื่อมใส จิตใจตั้งมั่นยึดมั่นในครูบาอาจารย์ มีอ่อนไหวง่ายเมื่อหลับตาระลึกถึงครูบาอาจารย์พระองค์ท่าน พวกที่สักอักขระที่เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น สักรูปเสือเผ่น ก็กางเล็บกระโดดโจนทะยานวิ่งเข้าหาหลวงพ่อหน้าปะรำพิธี ขณะที่หลวงพ่อเริ่มทำการบวง
สรวง จุดธูป เทียน บูชาครู บูรพาจารย์ ผู้ที่สักเป็นรูปหนุมานก็กระโดดโลดเต้นตีลังกาเข้าหา ที่สักหมูป่าก็แผดเสียงร้องก้อง วิ่งเข้าหาหลวงพ่อ บนพื้นดินก็มีคนคลานเลื้อยเหมือนปลาไหล ที่น่าแปลกก็คือ ภายหลังจบพิธี ไม่พบร่องรอยบาดแผล ถลอก หรือเลือดตกยางออกให้เห็นเลย บางคนของขึ้นก็ทำท่าทางยกมือเหมือนถือไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่งลักษณะเหมือนฤาษี ตอนนี้โกลาหลไปหมดคนที่นั่งในวงสายสิญจน์ต่างก็แตกตื่นลุกหนีคนที่ของขึ้น ต้องคอยหลบหลีกพวกที่ของขึ้นวิ่งเข้าหาปะรำพิธีกันอลหม่าน ภายในสนามรอบสายสิญจน์ คนที่ของขึ้นต่างก็วิ่งเข้าหาหน้าปะรำพิธี แต่ก็มีพวกลูกศิษย์ที่จิตใจแข็งไม่เกิดการของขึ้น หลายคนช่วยกันจับคนที่ของขึ้นที่มีกำลังวังชามากมายที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน วิธีแก้ของขึ้นก็โดยการใช้ ๒ มือ ตบที่หูเบาๆ หรือใช้มือลูบหน้าตรงจมูก หรือยกขาให้สูงกว่าตัว การไม่ให้ของขึ้นจะเตือนสติให้หายใจลึกๆ ให้ลืมตาไม่ให้หลับตา เคยถามคนที่ของขึ้นว่ารู้สึกยังไง เขาก็ตอบว่า ระหว่างหลับตาอยู่ในภวังค์ สติวูบไปอย่างไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง

เมื่อหลวงพ่อบวงสรวงเสร็จก็นั่งบริกรรมสักพัก แล้วจะหันหน้าออกไปยังหน้าปะรำพิธี นั่งบริกรรมต่อระลึกถึงบูรพาจารย์ คณาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านประสบพบในชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก จนบรรพชา อุปสมบทเป็นภิกษุศิษย์ตถาคต ได้เดินธุดงควัตรไปพบกับผู้มีฤทธิ์วิเศษต่างๆ ครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชาต่างๆ องค์พรหม องค์เทพเทวดาที่เกื้อกูลค้ำจุน ช่วยสร้างสมบารมี สร้างถาวรวัตถุ สาธารณประโยชน์ความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศชาติบ้านเมือง

หลวงพ่อนั่งสงบไม่ไหวติง แสดงถึงบารมีอันแก่กล้าพร้อมด้วยเหล่าพระอาจารย์ลูกศิษย์นั่งรายล้อมในปะรำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่บูชาครู บูรพาจารย์ของผู้ทรงศีลให้รู้สึกถึงพลังอันเยือกเย็น หรือบางครั้งก็ให้รู้สึกถึงจิตใจที่กล้าแข้ง ฝูงชนที่รายล้อมอยู่นอกวงสายสิญจน์ต่างตระหนักถึงสายพระเวทย์อันเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี ต่างก็จับสายสิญจน์ที่รายล้อมปะรำพิธีกันทุกคนเสียงแผดร้อง โจนทะยานของคนที่ของขึ้นตลอดเวลา ระหว่างที่หลวงพ่อเปิ่นนั่งบริกรรม จนฝุ่นกระจายไปทั่วบริเวณ

ตั่งแต่หลวงพ่อเปิ่น ท่านได้เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางพระ ท่านได้จัดพิธีบูชาครูเรื่อยมาทุกๆ ปี มิได้ขาด แสดงให้ถึงวัตรปฏิบัติ ที่มีความกตัญญูกตเวที ไม่เคยลืมครูบาอาจารย์ อีกทั้งการทำพิธีเป็นการเพิ่มพุทธคุณพุทธานุภาพ บารมีให้เข้มขลังยิ่งขึ้น

ภาย ในปะรำพิธี พอหลวงพ่อเปิ่นลืมตาขึ้นจากการบริกรรม แล้วลุกขึ้นมากราบแท่นบูชาบูชาครูเท่านั้นคลื่นมหาชนที่คอยจับสายสิญจน์อยู่ เป็นเวลานาน ต่างก็เฮโลกระชากดึงสายสิญจน์ขาด พรึบเดียวสายสิญจน์ก็ขาดหายไป บางคนก็ลุกขึ้นจากวงสายสิญจน์จากภายในภายนอก ต่างถาโถมเข้าหาหลวงพ่อที่เดินมาที่โอ่งน้ำพุทธมนต์ แล้วประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปทั่วรอบทิศทาง ตอนนี้บางคนก็ของขึ้นวิ่งเบียดกันมาโกลาหล ต่างตนต่างเบียดเสียดยื้อแย่งเข้าหาหลวงพ่อ คลื่นคนดันคนให้เดินไปข้างหน้า ต่างเบียดเข้าที่หน้าปะรำพิธีที่เดียว เมื่อได้น้ำพุทธมนต์จนพอใจแล้วกว่าจะพาตัวเล็ดลอดออกมาได้ก็แทบแย่ เพราะคนที่อยู่ด้านในก็อยากจะออกมาข้างนอก ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกก็อยากจะเข้าไปข้างใน จะหาทางออกหรือถอยหลังก็ไม่ได้ต้องไปตามแรงดันของกระแสคลื่นมหาชนเหล่าลูก ศิษย์ที่จะเข้ามารับน้ำพระพุทธมนต์

เมื่อ งานพิธีบูชาครู บูรพาจารย์ได้สิ้นสุดลงแล้ว ลูกศิษย์บางคนก็เข้ามาขอเครื่องบายศรี ผลไม้ต่างๆ อาหารคาวหวานมากินเพื่อเป็นสิริมงคล พอหลวงพ่อลงมาจากปะรำพิธีกลับมาที่กุฏิ เครื่องบูชาเซ่นสังเวยบนปะรำพิธีก็หายวับไปกับตาไม่มีอะไรเหลือ แม้แต่โอ่งน้ำมนต์ที่มีน้ำมนต์เต็มโอ่งก็แห้งขอด งานบูชาครูก็เป็นอันจบสิ้นพิธี ท่ามกลางความยินดีปรีดาของเหล่าลูกศิษย์ที่อิ่มเอิบไปด้วยแรงบุญอันเป็นสิ่ง ที่เป็นมงคลสูงสุดที่เขาเหล่านั้นได้รับ เหลือไว้แต่ตำนานพิธีบูชาครูอันเข้มขลัง เปี่ยมล้นไปด้วยพลานุภาพที่เราทั้งหลายต่างจดจำในวันข้างหน้า
pepozaa
 
โพสต์: 29
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 13 ก.พ. 2012 2:40 pm

Re: ขอเชิญร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นค

โพสต์โดย pkthailand » พฤหัสฯ. 16 ก.พ. 2012 6:32 pm

รูปภาพ
pkthailand
 
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 13 ก.พ. 2012 2:41 pm

Re: ขอเชิญร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นค

โพสต์โดย Asahi » อังคาร 28 ก.พ. 2012 11:29 am

วันเสาร์ ที่ 3 มีนาคม 2555 ใกล้เข้ามาแล้วค่ะ......วันไหว้ครูของวัดบางพระ ปีนี้พยายามจะไปให้ได้ค่ะ



ขอเชิญศิษยานุศิษย์ผู้ที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใส



และผู้ที่มีความสนใจในพิธีกรรมโบราณทุกท่าน เข้าร่วมพิธีโดยทั่วกัน นะค่ะ
Asahi
 
โพสต์: 3
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 20 ก.พ. 2012 11:17 am

หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ พระเกจิอาจารย์อันดับต้นๆของเมืองไทย

โพสต์โดย pepozaa » พุธ 14 มี.ค. 2012 3:06 pm

3-14-2012 1-36-08 PM.jpg
3-14-2012 1-36-08 PM.jpg (11.3 KiB) เปิดดู 8038 ครั้ง
หากเราย้อนหลังไปซักสิบปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของ “หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ” หรือ “พระอุดมประชานาถ” เจ้าอาวาสวัดบางพระ อำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม โด่งดังขึ้นอย่างสุดขีด ถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์อันดับต้นๆของเมืองไทย เนื่องจากเพราะวัตถุมงคลที่หลวงพ่อได้ปลุกเสกไว้นั้น ก่อเกิดประสบการณ์อภินิหารอยู่เสมอๆ เช่นด้านเมตตามหานิยม ค้าขายคล่องและมีโชคลาภอยู่เนืองๆ และ”สุดยอดที่สุด”ก็คือด้าน”รอยสัก คาถาอาคมและวิชาอยู่ยงคงกระพัน” ที่มีให้เห็นแจ้งชัด รอยสัก ตามความเชื่อของคนไทยมีมานานแล้ว รอยสักตามความเชื่อของคนที่นับถือคตินี้จะเป็นรูปยันต์หรือรูปสัตว์ ที่มีการผูกรูปยันต์เป็นตัวคาถาเอาไว้ ส่วนมากแล้ว(ไม่ใช่ทั้งหมด)ตัวอาจารย์ที่เป็นผู้สัก จะเป็น “พระสงฆ์หรือฆราวาสที่ถือศีล และตั้งมั่นในธรรม” ผู้ที่ได้รับการสักไปจะต้องถือสัตย์วาจาห้ามกระทำความชั่ว มิฉะนั้นแล้วของจะเสื่อม ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้คือ “ความดี” ของรอยสักที่ช่วยคอยประคับประคองให้พวกเขาเหล่านั้นมีความระงับยั้งใจไม่ให้กระทำ”ความชั่ว” ซึ่งโดยส่วนมากแล้วข้อห้ามคือ “ศีลห้า” คนเราต่างมี “วุฒิภาวะไม่เท่าเทียมกัน”บางคนจึงต้องใช้สิ่งเหล่านี้คอยควบคุม บางคนก็สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวของเขาเอกการสักยันต์” นี้จะไม่อาจพิสูจน์ผลต่างๆได้ตามหลักวิทยาศาสตร์แต่ก็มีผลทางด้านจิตใจ ซึ่งเชื่อว่า “รอยสัก” โดยเฉพาะของสายวัดบางพระแห่งนี้ มี “ความหมายและมีความสำคัญ” ต่อบรรดาลูกศิษย์ที่ได้รับการสักและกลุ่มชนที่เคารพเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อเปิ่น มิใช่เป็นเพียงร่องรอย ของความป่าเถื่อน ความรุนแรง หรือความไร้เหตุผล เช่นที่ผู้คนในสังคมปัจจุบันเข้าใจกัน
http://thailandtemples.org/watbangpra/index.html
pepozaa
 
โพสต์: 29
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 13 ก.พ. 2012 2:40 pm

Re: ขอเชิญร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นค

โพสต์โดย pepozaa » พฤหัสฯ. 22 มี.ค. 2012 11:03 am

3-22-2012 10-07-27 AM.jpg
หลวงพ่อเปิ่น
3-22-2012 10-07-27 AM.jpg (19.01 KiB) เปิดดู 8035 ครั้ง

จากกิตติศัพท์ชื่อเสียงความเก่งกล้าในพุทธาคม ไสยเวท ของหลวงพ่อเปิ่นในอดีต ทำให้ทุกวันนี้ยังมีประชาชนทุกสารทิศมาร่วมทำบุญที่วัดกันอย่างต่อเนื่อง ศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศ มาร่วมงานนับหมื่นคน และเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ทุกวันนี้ก็เพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงที่หลวงพ่อเปิ่นยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำไป งานไหว้ครูที่ผ่านมา คนเยอะมากค่ะ
pepozaa
 
โพสต์: 29
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 13 ก.พ. 2012 2:40 pm


ย้อนกลับไปยัง ชวนกันทำบุญ

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron